wi's profileเศษกระดาษ_WiPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 14

    พบเพื่อนชาวค่าย - ลาป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก

     
     
              ช่างเป็นสัปดาห์แห่งการนอนเสียจริง ๆ หลังจากที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก (ใครจะซวยป่วยด้วยโรคเดิมฟระ.(-__ - ") ) เฮ้อออ อาการเริ่มตั้งแต่เช้าวันเสาร์ (5 สิงหา) ปวดหัวแทบระเบิด ตัวก็ดันร้อนจี๋ จนต้องโทรไปเบี้ยวนัดนุช แต่เพื่อนเอี๋ยวดันไม่เชื่ออีกว่าช้านป่วยยยยย
     
              เชอะ เข้าใจไม่ยะ คนเราป่วย ก็ใช่ว่าต้องทำเสียงชำรุดทรุดโทรม
     
              ในที่สุด ลุกก็ลุก อาบน้ำ แต่งตัวออกจากบ้าน ท่ามกลางความงุนงงของคนที่บ้าน คงสงสัยกันถ้วนทั่ว เพราะตอนเช้า มันยังทำท่าจะเป็นจะตาย แต่พอบ่ายกลับแต่งตัวออกนอกบ้าน หน้าตาเฉย (ก็มันหายปวดอ่ะ เหมือนคนปกติมาก)  แต่สิ่งที่คาดคิดไว้ก็เกิดขึ้นจนได้ ไอ้คุณเพื่อนสุดแสบมานั่ง-นอน-เดิน-คุย เพื่อเน้นย้ำกับความอุดมสมบูรณ์พูนสุขของดิช้าน (พ่อแม่เจ้านายเลี้ยงดีนี่หว่า)
              เพื่อน ๆ น้อง ๆ หลายคนนี่ไม่เจอกันมานานเป็นปีแล้ว แต่ละคนก็มีพัฒนาการทั้งขาขึ้นขาลงกันทั้งนั้น (ความเปลี่ยนแปลงย่อมอยู่คู่โลกอยู่แล้วนี่นา เนอะ)  หลังจากเริ่มวงเมาธ์ก็ยังคงไม่ได้ข้อสรุปในคำถามที่ว่า "ไปกินไหนดี" จนเจ้าแม่เพ็ญคงเริ่มเซ็ง กับความไม่ใส่ใจกับคำถามของลุง ๆ ป้า ๆ ทั้งหลาย ที่ตั้งหน้าตั้งตาเมาธ์ นินทา เขียน หรือทำกิจกรรมโปรดของแต่ละคนไป  ลงท้ายก็ "สามย่าน" (คนเราก็งี้ ดิ้นรนกระเสือกกระสน ผลสุดท้าย ก็วนกลับมาที่จุดกำเนิดเดิมของตน)
              หลังจากทยอยมากันทีละคนสองคน ไม่น่าเชื่อว่า งานนี้รวมกันได้ยี่สิบกว่าคน  และที่ไม่น่าเชื่อกว่าก็ รุ่น 40 จะมากันเยอะแบบนี้ หลังจากได้ยินกันแต่เสียงมาปีนึง มาเจอกันตัวเป็น ๆ ทุกคนยังคงเหมือนเดิม
              "นุช" ยังเป็นพี่สาวที่ดูใจดี นิ่ง ๆ แต่อย่าปล่อยให้เธอจิกกัดได้ ไม่งั้นคนได้แผลเหวอะ
              "จอมมารบู - ปุ้ย" ยังคงมาในชุดสีเข้ม ๆ ผมยาว ๆ สมุดเล่มนึงไว้คอยขีดเขียนสิ่งต่าง ๆ รวมถึงที่อยู่และเบอร์เพื่อน ๆ
              "โอ้ต" ที่ยังคงเป็นเฮียโอ้ตของน้อง ๆ เอะอะมะเทิ่ง เสียงดัง คุยสนุก แขวะใครต่อใคร เรียกเสียงเฮฮาได้เสมอ
              "เอี๋ยว" พี่ที่ยังคอยเทกแคร์น้อง ๆ คอยจิกกัดใครที่มีท่าทางประหลาด
              "เอ๋" ยังคงมาด้วยท่าทางเงียบ ๆ เซอร์ ๆ (เริ่มไม่แน่ใจว่า เซอร์หรือสกปรกกันแน่)
              "เอ" ที่อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาบึ่งมาจากที่ทำงานและบ้าน เพื่อมาประชันเสียงกับทุก ๆ คน
              ไม่น่าเชื่อว่า เวลาห้าปีที่แต่ละคนจบไป แยกย้ายกันไปทำมาหากิน เติบโตกันไป  แต่เมื่อมารวมกัน ทุกคนสามารถดึงเอาตัวตนเมื่อห้าปีที่แล้วออกมาได้ไม่แตกต่างไปจากเดิม (ยกเว้น ช้านนนน ที่นั่งป่วย ด้วยอาการที่เพื่อนเอี๋ยวบอกว่า "สำออย" ไข้ขึ้นโว้ยยยย ปวดหัวจนแทบระเบิด)
     
              ขากลับนี่ดีหน่อย น้องบุ๋มอยู่ทางเดียวกัน เลยอาสามาส่ง ไม่ง้านคงแย่  กลับบ้าน อาการที่เก็บกดมานานก็ระเบิดออก ปวดหัวจนแทบระเบิด หัวร้อนจี๋  จนเช้าพอมีแรงลุกขึ้นมา ก็รีบอัดยาพาราไปสอง บ่ายยังมีหน้าไปลงทะเบียนราม (และชอปปิ้ง) อีก
              และแล้ว เหตุการณ์ที่คิดไว้ก็เกิดขึ้น กลับบ้านต้องลากตัวเองไปโรงพยาบาล และโรคแพ้หมอก็เกิด อยู่บ้านนี่อาการแย่แทบตาย พอเจอหมอหน่อย หายหมดอาการต่าง ๆ นานา 
              แล้วอาการก็ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่อย่างนั้น จนวันจันทร์ หลังฝืนสังขารไปทำงาน กลับมา ก็อาการหนักเล้ยยยยย ทีนี้ไม่ไหวแล้ว หมอเลยจับสารพัดตรวจ ผลคือ เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดน้อยอย่างน่าเป็นห่วง นั่นแหละที่มาของการนอน ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ  นอนจนปวดตาไปหมดแล้ว
              และด้วยอาการที่ระรื่นได้ตลอดเวลา ทำให้ทั้งหมอ พยาบาล น้อง ๆ เพื่อน ๆ ที่ทำงาน แทบจะไม่เชื่อว่า มันป่วยจะเป็นจะตาย (เชอะ ก็ตอนอาการหนัก มันก็ไม่มีแรงลุกขึ้นมาทำเสียงชำรุดให้ใครต่อใครได้ยินนี่นา) งานนี้เลยอาจไม่ได้ของเยี่ยมเลยสักชิ้นจากใครต่อใคร มีแต่คนทักว่า เป็นได้ยังไง "ไข้เลือดออก" โรคสำหรับเด็ก  เออ ๆ ก็เด้กเคยเป็นแล้วเหมือนกัน หรือนั่นจะหมายความว่า "วิญญาณความเป็นเด็กยังคงอยู่" อิอิ
              
              เอาเป็นว่าประกาศอีกครั้งอย่างเป็นทางการ
              "วิมลป่วยเป็นไข้เลือดออกจริง ๆ ไม่ได้เป็นโรคสำออย หรือว่า หนีเที่ยวอย่างที่ใครบางคนบอก  สำหรับของเยี่ยม สามารถมอบย้อนหลังได้"